นายกฯ ชวนคนไทยหันดื่มนม งดสูบบุหรี่

09:25 2 มิถุนายน 2561 11
นายกฯ ชวนคนไทยรักสุขภาพหันมาดื่มนม งดสูบบุหรี่ เล็งผลักดันพรบ.ยาสูบปกป้องเยาวชนไม่ให้เป็นนักสูบหน้าใหม่

วันนี้( 2 มิ.ย.61) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวกับประชาชนผ่านรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ตอนหนึ่งว่า เนื่องในโอกาส “วันงดสูบบุหรี่โลก” (31 พ.ค. 61) และ “วันดื่มนมโลก” (1 มิ.ย. 61) ของทุกปี จึงมีการรณรงค์ให้ทำในสิ่งที่ดี คือ การดื่มนม และละเว้นในสิ่งที่ไม่ดี คือ การงดสูบบุหรี่ ซึ่งตรงกับคำสอนของพระพุทธศาสนาที่ว่า “ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์” ทั้งนี้ ศาสนาอื่น ๆ ยังมีคำสอนของพระศาสดาที่ไม่แตกต่างกันนัก มุ่งสอนให้ทุกคนเป็นคนดี อีกทั้ง รัฐบาลได้มีแนวทางในการผลักดัน พ.ร.บ.ยาสูบ (ฉบับใหม่) ในปีที่ผ่านมานั้น โดยมีเจตนาที่ต้องการจะปกป้องเยาวชนไม่ให้เป็นนักสูบหน้าใหม่ คุ้มครองผู้คนรอบข้างให้ปลอดภัย ไม่ให้เป็น “ผู้รับควันบุหรี่มือสอง” และลดจำนวนผู้สูบลง อาทิ การห้ามขายบุหรี่ให้เด็ก การจำกัดพื้นที่สูบ การจำกัดช่องทางการเข้าถึง เป็นต้น ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจอยากเลิกบุหรี่ สามารถโทรปรึกษารับคำแนะนำ ได้ที่ “สายด่วน 1600” ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ

 

สำหรับสถิติที่คนไทยดื่มน้ำอัดลม เป็นอันดับ 1 ของอาเซียนการดื่มแอลกอฮอล์ เป็นอันดับ 5 ของโลก แต่กลับดื่มนมอยู่ในอันดับที่ 68 ของโลกนั้น รัฐบาลจึงพยายามสนับสนุนให้คนไทยดื่มนมมากขึ้น และมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรโคนม พร้อมเสริมสร้างสุขภาพคนไทยให้แข็งแรง โดยงดเว้นการสูบบุหรี่ รวมทั้ง สนับสนุนส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวให้มากยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่มรายได้ตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลได้สนับสนุนให้เกษตรกรเพาะปลูกข้าวพันธุ์ กข 43 ซึ่งเป็นข้าวที่มีคุณสมบัติพิเศษ เพราะว่ามีปริมาณน้ำตาลต่ำ โดยได้ผ่านการวิจัยรับรองคุณสมบัติ จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะแพทยศาสตร์ฯ ของสถาบันอุดมศึกษาแล้ว ซึ่งจะเป็นการขยายผลการค้าให้มีมูลค่าสูงและน่าสนใจเชิงพาณิชย์มากขึ้น

 

สำหรับจากการประเมินการรับรู้ประชาชน (DDC poll) เรื่องโรคไข้เลือดออก ซึ่งในปีนี้มีแนวโน้มการระบาด พื้นที่เสี่ยงอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคกลางตอนบน โดยรูปแบบของการระบาดเปลี่ยนไป มีการเสียชีวิตในผู้ใหญ่มากขึ้น เนื่องจาก มีโรคประจำตัวด้วย เช่น ภาวะอ้วน เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเลือด ที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิต สำหรับใครที่มีอาการเหล่านี้ คือ มีอาการไข้สูง 2 วัน ไม่ดีขึ้น ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ปวดเมื่อย หน้าตาแดง อาจมีผื่นขึ้นใต้ผิวหนังตามแขนขา ข้อพับ เป็นต้น ให้สังเกตตนเองและลูกหลานด้วย โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422